พิธีพระราชทานปริญญาบัตร ประจำปีการศึกษา 2553
http://regis.kmutt.ac.th



ข้อปฏิบัติสำหรับบัณฑิต

  ข้อแนะนำ และข้อควรทราบ
 


1. ลำดับมหาวิทยาลัย/สถาบันที่เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร

  • มจธ. วันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม 2555 (ภาคบ่าย)
  • สจล. วันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม 2555 (ภาคบ่าย)
  • มจพ. วันพุธที่ 3 ตุลาคม 2555 (ภาคบ่าย)

2. การฝึกซ้อม

  • คณะกรรมการฝ่ายจัดการด้านบัณฑิต มจธ. สจล. และ มจพ. ถือว่าการฝึกซ้อมย่อย ณ มหาวิทยาลัย/สถาบัน และการฝึกซ้อมใหญ่ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค มีความสำคัญมาก และเป็นสิ่งที่จำเป็นสูงสุดสำหรับบัณฑิตที่จะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ดังนั้นบัณฑิตที่ไม่เข้าฝึกซ้อม ไม่ว่าครั้งหนึ่งครั้งใดตามที่มหาวิทยาลัย/สถาบันกำหนด คณะกรรมการฯ ไม่อนุญาตให้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร โดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ
  • ในวันฝึกซ้อมย่อย ณ มหาวิทยาลัย/สถาบัน บัณฑิตจะได้รับบัตรรับรองการฝึกซ้อม คนละ 1 ฉบับเท่านั้น (การแจกบัตรรับรองการฝึกซ้อมจะเป็นรอบใดของการฝึกซ้อมนั้นขึ้นอยู่กับ ดุลยพินิจของคณะกรรมการฯ) โดยแต่ละแห่งจะใช้สีบัตรต่างกัน
  • บัตรรับรองการฝึกซ้อม มีความสำคัญมากต่อบัณฑิตทุกคน เพราะเมื่อผ่าน การฝึกซ้อมแต่ละครั้ง กรรมการฯ จะประทับตรารับรองฯ ให้ ฉะนั้นบัณฑิตคนใดที่ถือ บัตรรับรองการฝึกซ้อมที่ไม่ได้ประทับตรา กรรมการฯ จะถือว่าบัณฑิตไม่ผ่านการฝึกซ้อม จึงไม่มีสิทธิ์เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรทันที
  • หมายเลขในบัตรรับรองการฝึกซ้อมตรงมุมบนขวามือ คือลำดับการขึ้นรับ พระราชทานปริญญาบัตรของบัณฑิตแต่ละแห่ง หมายเลขนี้จะไม่ซ้ำกันในของแต่ละแห่ง และบัณฑิตไม่สามารถแลกเปลี่ยนหรือใช้ของผู้อื่นได้ ดังนั้นบัณฑิตต้องพกติดตัวและเก็บ รักษาไว้ให้ดี อย่าทำชำรุด ทำหาย หรือลืมพกติดตัวอย่างเด็ดขาด
  • ในการฝึกซ้อมย่อยและฝึกซ้อมใหญ่ บัณฑิตทุกคนต้องเข้ารับฝึกซ้อมตามขั้นตอน จนกว่าพิธีฯ ต่างๆ จะเสร็จสิ้นลง อีกทั้งต้องปฏิบัติตามระเบียบและวิธีการ ซึ่งคณะกรรมการ ฝ่ายจัดการด้านบัณฑิตเป็นผู้กำหนด โดยบัณฑิตแต่ละแห่งสามารถดูรายละเอียดการฝึกซ้อมย่อย และรายละเอียดการฝึกซ้อมใหญ่ได้ในหนังสือคู่มือฯ และทั้งในบัตรรับรองฝึกซ้อมด้วย
  • บัตรรับรองการฝึกซ้อมแยกได้ดังนี้
    มจธ. บัตรสีชมพู หมายเลข 0001 - 4074
    สจล. บัตรสีฟ้า หมายเลข 0001 - 4866
    มจพ. บัตรสีเขียว หมายเลข 0001 - 5386

3. การรับพระราชทานปริญญาบัตร

  • ในวันพระราชทานปริญญาบัตร บัณฑิตทุกคนต้องรายงานตัวต่อคณะกรรมการฝ่าย จัดการด้านบัณฑิตของแต่ละแห่ง ตามสถานที่ที่ระบุไว้ และตามวันเวลาที่กำหนดอย่างเคร่งครัด โดยแสดงบัตรประจำตัวที่ติดรูปถ่ายของตนซึ่งส่วนราชการออกให้ พร้อมกับบัตรรับรอง การฝึกซ้อมต่อคณะกรรมการฯดังกล่าว บัณฑิตที่ไม่มีบัตรประจำตัวและบัตรรับรอง การฝึกซ้อมตามนี้ หรือมีบัตรรับรองการฝึกซ้อมแต่ไม่มีการประทับตราผ่านการฝึกซ้อม จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร โดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ
  • บัณฑิตต้องปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัด ตามข้อห้าม ข้อปฏิบัติ ระเบียบการแต่งกาย และการรับพระราชทานปริญญาบัตร
  • เมื่อเข้าห้องพิธีฯ แล้ว บัณฑิตต้องเข้านั่งประจำที่ของตนโดยเร็ว ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ลุกเดินพลุกพล่าน ไม่สลับที่กับเพื่อน และไม่ออกนอกห้องพิธีฯ โดยพลการก่อนสิ้นสุดพิธีฯ เป็นอันขาด กรณีมีเหตุส่วนตัวเกิดขึ้นอย่างฉุกเฉิน ต้องการความช่วยเหลือ ให้บอกเพื่อน ข้างเคียงทันที เพื่อพยายามติดต่อกรรมการท่านใดก็ได้ที่อยู่ใกล้ที่สุดให้ช่วยเหลือ
  • บัณฑิตทุกคนต้องสำรวมทั้งใจและกายตลอดพิธีฯ เพราะเป็นครั้งหนึ่งหรือ อาจจะเป็นครั้งเดียวในชีวิต
  ข้อปฏิบัติ และข้อห้ามสำหรับบัณฑิต
 
  • ต้องตรงต่อเวลา ตามกำหนดการที่แจ้งให้ทราบทั้งวันฝึกซ้อมย่อย ที่ มหาวิทยาลัย/สถาบัน วันฝึกซ้อมใหญ่และวันพระราชทานปริญญาบัตร ที่ศูนย์นิทรรศการและ การประชุมไบเทค (บางนา)
  • เมื่อยุติการถ่ายภาพในวันพระราชทานปริญญาบัตรแล้ว บัณฑิตต้องตรวจสอบ เครื่องแต่งกายให้ถูกต้องเรียบร้อย เตรียมรับประทานอาหารในปริมาณที่เพียงพอ และ ไม่เสาะท้อง เข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวให้เสร็จ ใครมีโรคประจำตัวควรรับประทานยาป้องกัน ให้ครบถ้วน ส่วนใครที่เจ็บป่วยฉับพลันให้รีบไปพบหน่วยพยาบาลโดยเร็วที่สุด และต้อง รีบแจ้งต่อกรรมการฝ่ายจัดการด้านบัณฑิตให้ทราบด้วย เพื่อที่จะได้ช่วยเหลือบัณฑิตให้เข้าพิธีฯ โดยราบรื่นและป้องกันเหตุสุดวิสัยบนเวที
  • การเข้าแถวรายงานตัว ให้เข้าแถวรายงานตัวตามลำดับคณะ และตามหมายเลข ในบัตรรับรองการฝึกซ้อมให้ถูกต้อง โดยอยู่ในอาการสำรวม รักษามารยาทที่สุภาพ และ ไม่ส่งเสียงดัง อันเป็นคุณสมบัติที่ดีงามซึ่งบัณฑิตพึงกระทำ
  • ให้รายงานตัวโดยการลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานในสมุดรายชื่อ ที่กรรมการฯ นำมาให้ พร้อมแสดงบัตรรับรองการฝึกซ้อมต่อกรรมการฯ
  • กรรมการฯ จะเดินนำบัณฑิตเข้านั่งประจำที่ในหอประชุม โดยเดินผ่านซุ้มตรวจ โลหะและของต้องห้าม ดังนั้นเมื่อเกิดสัญญาณเสียงดังขึ้นกับบัณฑิตคนใด กรรมการฯในส่วนของ ศรภ. (ประจำกรมราชองครักษ์) และของมหาวิทยาลัย/สถาบัน จำเป็นต้องขอตรวจสอบ บัณฑิตผู้นั้นโดยละเอียด และกรณีตรวจพบสิ่งของต้องห้าม กรรมการฯต้องยึดไว้ ฉะนั้นสิ่งของ ต่อไปนี้ถือว่าเป็นสิ่งของต้องห้าม ห้ามพกติดตัวและห้ามนำเข้าห้องพิธีฯ โดยเด็ดขาด คือ
    5.1 โลหะทุกชนิด ปากกา ดินสอ ยกเว้น กุญแจบ้านและกุญแจรถ (1 ดอกเท่านั้น) ซึ่งบัณฑิตต้องถือไว้ในมือ เพื่อแสดงให้กรรมการฯเห็นในขณะเดินผ่านซุ้ม ตรวจโลหะ
    5.2 กล้องถ่ายภาพทุกชนิด และทุกขนาด
    5.3 กระเป๋า ถุงผ้า ถุงกระดาษ ทั้งประเภทสะพาย หนีบ และถือ
    5.4 บุหรี่ ไปน์ และอุปกรณ์การจุดไฟทุกชนิด
    5.5 เครื่องมือสื่อสารทุกชนิดเช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่ พกพา ติดตามตัว PCT และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น เครื่องคิดเลข เกมส์กด Talking Dic
    5.6 นาฬิกาข้อมือที่มีสัญญาณเสียง นาฬิกาและสายนาฬิกาที่มีสีสัน ยกเว้น นาฬิกาแบบธรรมดา ให้สวมไว้ที่ข้อมือซ้ายเท่านั้น
    5.7 เลสข้อมือ สร้อยข้อมือ กำไล แหวน ต่างหู ปิ่นปักผม โบว์ติดผม ดอกไม้ติดผม ดอกไม้ติดเครื่องแต่งกาย
    5.8 กระดาษบันทึก กระดาษทิชชู และกระดาษอื่นๆ ทุกชนิด
    5.9 แว่นตากันแดด และแว่นตาใดๆ ทั้งสิ้น ยกเว้น แว่นสายตา กรณีที่แว่น สายตาเป็นสีชาให้แจ้งต่อกรรมการฯให้ทราบด้วย
  • ต้องแต่งกายตามระเบียบอย่างเคร่งครัด เช่น
    6.1 ห้ามใส่วิกผม และผมปลอมทุกรูปแบบ
    6.2 ห้ามทำสีผมที่ไม่ใช่สีธรรมชาติของคนเอเชีย และห้ามฉีดสเปรย์หรือทำ ไฮไลท์สีที่ผมทุกสี
    6.3 ห้ามทาเล็บมือ ห้ามติดเล็บปลอม และห้ามไว้เล็บยาว
    6.4 บัณฑิตชายห้ามไว้หนวด-เครา
  • บัณฑิตทุกคนต้องอยู่ในอาการสำรวม รักษามารยาทที่ดีงาม ห้ามส่งเสียงดัง
  • การเดินผ่านลาดพระบาท ให้เดินข้ามด้วยอาการปกติ ห้ามกระโดด
  • ห้ามเคี้ยวหมากฝรั่ง ตั้งแต่การรายงานตัวและตลอดพิธีฯ
  • ในขณะที่มีการพระราชทานปริญญาบัตรอยู่นั้น หากบัณฑิตที่อยู่บนเวที ปฏิบัติผิดวิธี หรือหกล้ม หรือการขานชื่อไม่ตรงกับชื่อของบัณฑิต บัณฑิตที่นั่งอยู่ห้ามหัวเราะ หรือแสดงอาการใดๆ ที่ไม่สุภาพออกมา และสำหรับบัณฑิตที่หกล้มบนเวทีให้ลุกขึ้น แล้วดำเนินการทุกอย่างปกติ ห้ามวิ่งลงจากเวที
  • นัดแนะกับญาติไว้ล่วงหน้าว่าเมื่อพิธีฯ เสร็จสิ้นแล้วจะพบกันที่จุดใด เพราะ มหาวิทยาลัย/สถาบันจะงดกระจายเสียงประชาสัมพันธ์ตั้งแต่เริ่มพิธีฯ (ฝ่ายประชาสัมพันธ์จะ ประชาสัมพันธ์เฉพาะงานราชการที่จำเป็นเท่านั้น)
  ระเบียบการแต่งกายของบัณฑิต
 


บัณฑิตต้องแต่งกายตามข้อบังคับที่ระบุไว้นี้โดยเคร่งครัดทุกประการ คือ
บัณฑิตชาย

1. บัณฑิตชายทั่วไป ทุกระดับ
  • ผม ทรงสุภาพ ไม่ยาวเกินต้นคอ ไม่รุ่มร่าม ไม่ปิดหน้าด้านซ้าย (กล้องถ่ายภาพบนเวทีจะอยู่ด้านซ้ายมือ) ห้ามทำสีผมที่ไม่ใช่สีดำ/น้ำตาลดำธรรมชาติ และห้ามฉีดสเปรย์ หรือทำไฮไลท์สีที่ผมทุกสี ตลอดจนห้ามใส่วิกผม และผมปลอมทุกชิด หากปรากฎกรณ๊ต่างๆ ในวันพิธ๊ฯ ซึ่งได้ตักเตือนแล้วในวันฝึกซ้อม แต่บัณฑิตไม่ยอมปฏิบัติตาม มหาวิทยาลัย/สถาบันจำเป็นต้องตัดสิทธิ์การเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร
  • เสื้อ ให้ใช้เสื้อนอกแบบราชการสีขาว (ชุดราชปะแตน) ใช้ดุมโลหะสีทองตรามหาวิทยาลัย 5 ดุม ติดสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยที่คอเสื้อทั้ง 2 ข้าง และในวันพระราชทานปริญญาบัตร ให้ติดเข็ม วิทยฐานะที่อกเสื้อด้านซ้าย (จะได้รับแจกในวันซ้อมย่อยครั้งที่ 2)
  • กางเกง แบบสากลสีขาว ไม่รัดรูป ผ้าชนิดเดียวกับเสื้อ ขายาวถึงหลังเท้า ไม่พับปลายขา
  • รองเท้า หนังหุ้มส้นสีดำ ไม่มีลวดลาย ไม่ติดโลหะ ใช้คู่กับถุงเท้าสีดำเท่านั้น

 

2. บัณฑิตชาย ทุกระดับที่เป็นข้าราชการ-รัฐวิสาหกิจที่ลาศึกษาต่อ
ให้แต่งชุดปกติขาว โดยติดเครื่องหมายประจำกระทรวงที่สังกัดพร้อมแถบยศ แถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตามฐานะที่ได้รับ และติดเข็มวิทยฐานะที่อกเสื้อด้านซ้าย ใต้แถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ สำหรับผม รองเท้าและถุงเท้า เช่นเดียวกับข้อ 1

3. บัณฑิตหญิง ระดับปริญญาตรี

  • ผม จัดแต่งทรงสุภาพ ไม่รุ่มร่าม ไม่ปิดหน้าด้านซ้าย (กล้องถ่ายภาพบนเวทีจะอยู่ด้านซ้ายมือ) ห้ามทำสีผมที่ไม่ใช่สีดำ/น้ำตาลดำธรรมชาติและห้ามฉีดสเปรย์หรือ ทำไฮไลท์สีที่ผมทุกสี ตลอดจนห้ามใส่วิกผม และผมปลอมทุกชนิด ไม่มีเครื่องประดับทุกชนิดที่ผม แต่ถ้าหากจำเป็น ต้องใช้ที่รัดผม หนีบผม ให้ใช้สีดำเรียบเท่านั้น สำหรับการแต่งกายของบัณฑิตหญิงมุสลิม ให้ใช้ สีผ้าคลุมศีรษะตามที่มหาวิทยาลัย/สถาบันกำหนด (มจธ. ใช้สีขาว เรียบ สจล. และ มจพ. ใช้สีดำเรียบ)
  • เสื้อ ให้ใช้ชุดนักศึกษา ผ้าขาวเกลี้ยงไม่มีลวดลาย ไม่บางเกินสมควรแบบคอเชิ้ต ผ่าอกตลอด ที่อกเสื้อทำเป็นสาบตลบเข้าข้างใน ใช้ดุมโลหะสีเงินตรามหาวิทยาลัย/สถาบันติดกระดุมคอ 1 เม็ด และตลอดแนวสาบเสื้อ 4 เม็ด แขนปล่อยยาวธรรมดา ยาวเพียงข้อศอก ติดเครื่องหมาย มหาวิทยาลัย/สถาบันที่อกเสื้อด้านซ้าย และในวันพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ให้ติดเข็มวิทยฐานะ ที่อกเสื้อด้านขวา (จะได้รับแจกในวันซ้อมย่อย ครั้งที่ 2)
  • กระโปรง สีกรมท่า หรือสีน้ำเงินเท่านั้น แบบสุภาพไม่มีลวดลาย ไม่รุ่มร่าม ไม่อัดพลีท ไม่ปักเครื่องประดับ มีความยาวคลุมเข่า หรือไม่ควรให้ยาวเกินชายครุย (ไม่อนุญาตให้ใช้กระโปรง กางเกง กระโปรงสีดำและสีอื่นๆ นอกเหนือจากที่กำหนดไว้) ไม่ควรสวมกระโปรงแคบและคับ จนเกินไป
  • เข็มขัด หนังสีดำ หัวเข็มขัดเป็นโลหะมีลายดุนเครื่องหมายมหาวิทยาลัย/สถาบัน ชนิดหัวรูด มีปลอกหนังสีดำ 1 ปลอก สำหรับสอดปลายเข็มขัด ห้ามใช้ที่หนีบกระดาษหนีบ เข็มขัดกับกระโปรง
  • รองเท้า หนังหุ้มส้นสีดำ (เท่านั้น) แบบเรียบปิดปลายเท้า ไม่มีเครื่องประดับและไม่มีลวดลาย ความสูงพอประมาณและต้องสวมถุงน่องสีเนื้อ #02 #04 ที่ไม่มีลวดลายเท่านั้น ไม่อนุญาตให้บัณฑิต หญิงสวมรองเท้ารูปทรงแบบผู้ชาย

4. บัณฑิตหญิงทุกระดับที่เป็นข้าราชการ -รัฐวิสาหกิจซึ่งลาศึกษาต่อ

ให้แต่งชุดปกติขาวได้โดยติดเครื่องหมายประจำกระทรวง ที่สังกัดพร้อมแถบยศ แถบเครื่องราช อิสริยาภรณ์ตามฐานะที่ได้รับ และติดเข็มวิทยฐานะที่อกเสื้อด้านซ้ายใต้แถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ สำหรับผมและรองเท้าเช่นเดียวกับข้อ 3

5. บัณฑิตหญิง ระดับปริญญาโท/เอก

ห้ามแต่งกายเครื่องแบบราชการ และห้ามแต่งชุดนักศึกษา แต่ให้สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวเกลี้ยง ติดกระดุมพลาสติกตลอดแนวตั้งแต่คอจนถึงชายเสื้อ (จำนวน 5 เม็ด) สวมกระโปรงสีน้ำเงิน หรือ กรมท่า ติดเข็มวิทยฐานะที่อกเสื้อด้านขวา เข็มขัดหนังสีดำ ห้ามใช้หัวเข็มขัดโลหะ และลวดลายทุกชนิด สวมถุงน่องสีเนื้อ #02 #04 ที่ไม่มีลวดลายเท่านั้น สำหรับผมและรองเท้า เช่นเดียวกับข้อ 3




6. บัณฑิตหญิงที่ตั้งครรภ์ (หากประสงค์จะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร) ให้ดูรูปแบบการแต่งกายในหนังสือคู่มือผู้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร หน้า 27 ที่แจกให้ ทุกคนในวันซ้อมย่อยครั้งที่ 1

7. การแต่งกายของบัณฑิตที่มียศทหาร และตำรวจ รวมถึงยศว่าที่ร้อยตรีขึ้นไป ให้แต่งกายตามระเบียบว่าด้วยเครื่องแต่งกายของกระทรวงกลาโหม และสำนักงานตำรวจ แห่งชาติ อันประกอบด้วยกระบี่ สายโยงกระบี่ ถุงมือ และประดับแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์และ เหรียญตราให้ถูกต้องครบถ้วน ในวันซ้อมย่อยและวันซ้อมใหญ่ให้นำกระบี่มาด้วย

8. บัณฑิตทุกคนทั้งชายและหญิง ต้องตัดเล็บมือทั้งสองข้างให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย ไม่ยาว ไม่ทาสีเล็บ เคลือบเล็บ และไม่ใส่เล็บปลอม

9. บัณฑิตทุกคนทั้งชายและหญิง ต้องไม่มีรอยสักที่ข้อมือและข้อเท้า

10. การสวมครุยวิทยฐานะที่สวยงามนั้น สำหรับบัณฑิตชาย ควรให้ชายครุยสูงจากพื้น 1 ฟุต พอดีเมื่อยืนตรง สำหรับบัณฑิตหญิง ควรให้ชายครุยอยู่ในระดับเดียวกับชายกระโปรง หรือ ยาวกว่าพองาม

11. ให้บัณฑิตสวมรองเท้าคู่ที่จะใช้ในวันพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ในการฝึกซ้อมทุกวัน เพื่อให้เกิดความเคยชินและคล่องตัว

การแต่งกายในวันซ้อมย่อยและซ้อมใหญ่

บัณฑิตชาย แต่งชุดทำงานแบบสุภาพชน (มิใช่ชุดปฏิบัติงานในโรงงานหรือภาคสนาม) และสวมครุยวิทยฐานะห้ามใส่กางเกงยีนส์ทุกชนิด กางเกงขาสั้น เสื้อยืดทุกรูปแบบ รองเท้าแตะ-ผ้าใบ-ยาง หรืออื่น ๆ ที่ไม่สุภาพ

บัณฑิตหญิง
แต่งชุดทำงาน (ชุดกระโปรงเท่านั้น ห้ามสวมใส่ชุดกางเกงทุกรูปแบบ) และสวมครุยวิทยฐานะ

บัณฑิตที่มีชั้นยศทหาร-ตำรวจชั้นสัญญาบัตร ตั้งแต่ว่าที่ร้อยตรีขึ้นไปให้ปฏิบัติดังนี้
1. วันที่ถ่ายภาพหมู่ ต้องแต่งเครื่องแบบเต็มยศ ติดเครื่องหมายให้ถูกต้อง และต้องมีกระบี่ สายโยงกระบี่ ถุงมือ และสวมใส่รองเท้าตามระเบียบ สวมครุยวิทยฐานะ ในการซ้อมย่อยครั้งที่ 2 จะมีการฝึกซ้อมการถือกระบี่ที่ถูกต้อง
2. วันซ้อมย่อยที่มหาวิทยาลัยและวันซ้อมใหญ่ที่ไบเทค จะต้องนำกระบี่ สายโยงกระบี่ และถุงมือไปด้วยทุกครั้ง และสวมครุยวิทยฐานะ

การตรงต่อเวลา

บัณฑิตทุกคนจะต้องมีความตรงต่อเวลาอย่างเคร่งครัด โดยยึดตามกำหนดที่ฝ่ายจัดการด้านบัณฑิต ได้แจกให้เป็นสำคัญ ไม่ว่า จะมีการประกาศเตือนจากฝ่ายประชาสัมพันธ์หรือไม่ก็ตาม บัณฑิตที่พลาดกำหนดการ จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมพิธี พระราชทานปริญญาบัตรในปีนี้

 

  รูปแบบการเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ชาย-หญิง
   (เมื่อถึงตำแหน่งหน้าที่ประทับองค์ประธาน)
  1. ยืนตรง มือขวาเหยียดเกือบตรงในระดับหน้าอก นิ้วทั้ง 4 เรียงชิดติดกัน นิ้วหัวแม่มือห่างออกเล็กน้อย
2. กระดกมือขึ้นพองามประมาณ 45 องศา เรียกว่า เอางาน
3. ช้อนมือจับกึ่งกลางของปริญญาบัตร
4. ชักมือกลับนำปริญญาเข้าแนบอกด้านขวา โดยตรามหาวิทยาลัย/สถาบันจะอยู่ด้านหน้า และหัวแม่มืิออยู่ด้านบนของปกปริญญาบัตร ในขณะเดียวกันให้ชักเท้าขวากลับมาทางด้านหลัง 45 องศา (ขวา-ซ้าย-ขวา) หยุดถวายความเคารพ แล้วหันขวาเดินลงจากเวที
5. การถือปริญญาบัตร ให้แนบอกด้านขวาในลักษณะถนัดมือ ห้ามลดต่ำลงในขณะเดินกลับที่นั่ง
การถือปริญญาบัตรที่ถูกต้อง



ปริญญาบัตรแนบอกด้านขวา ตรามหาวิทยาลัย/สถาบันบนปกปริญญาบัตรจะอยู่ด้านหน้า มือที่ถือปริญญาบัตรจะอยู่ด้านหน้า และมีเฉพาะหัวแม่มือเท่านั้นที่อยู่ด้านบนของปกปริญญาบัตร นิ้วที่เหลืออยู่ด้านหลังปกปริญญาบัตร และุถือในลักษณะที่ไม่เกร็ง
เดินไม่แกว่งแขวน ห้ามลดปริญญาบัตรลงต่ำกว่าระดับอก มือซ้ายแนบลำตัว (ไม่ต้องเกร็ง) ระหว่างที่เดินให้สำรวมจนถึงที่นั่ง อย่าเปิดดูปริญญาบัตรจนกว่าจะนั่งที่เรียบร้อยแล้ว
การถวายความเคารพของบัณฑิตหญิง

(การถอนสายบัว)

หยุดนิ่งยืนตรง ชักเท้าข้างหนึ่งไปข้างหลัง พร้อมๆ กับย่อตัวลงและค้อมศีรษะเล็กน้อย (ชักเท้าให้ชักเท้าซ้ายไปทางด้านหลังของเท้าขวา หรือชักเท้าขวาไปทางด้านหลังของเท้าซ้ายตามความถนัด
ปล่อยมือทั้งสองแนบชิดกับลำตัวด้านข้างโดยไม่เกร็งแขนและน่องขาหน้า ร่างกายส่วนบนจะตรง ศีรษะค้อมลงเล็กน้อย ใช้เท้าหน้าที่งอตัวอยู่ดันตัวขึ้นตรง พร้อมดึงเท้ากลับมายืนเสมอกัน ให้ระวังชายครุยที่จะมากรอมเท้า แล้วทำให้สะดุดเวลาลุกขึ้น จึงไม่สมควรสวมใส่รองเท้าส้นแลหมและสูงมาก
การถวายความเคารพของบัณฑิตชาย และบัณฑิตหญิงที่แต่งชุดข้าราชการ


(ถวายความเคารพด้วยการถวายคำนับ)

หยุดนิ่งยืนตรง ใช้ส่วนบนของร่างกายตั้งแต่เอวโค้งไปข้างหน้าประมาณ 45 องศา มือแนบชิดลำตัว โดยไม่เกร็งแขน ค้อมศีรษะเล็กน้อย แล้วจึงคืนลำตัวให้ตั้งตรง

 

ฝ่ายจัดการด้านบัณฑิต มจธ.
และ ส่วนทะเบียนและประเมินผล

 
| หน้าแรก | ข้อปฏิบัติสำหรับบัณฑิต | ถ่ายรูปหมู่| ซ้อมย่อย | ซ้อมใหญ่ | วันพิธี | รายชื่อบัณฑิต | กลุ่มบัณฑิต | ข้อมูลอื่นๆ |
Registration and Evaluation Division